บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 171)

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 171)

“คุณอับดุล ถ้าผมจะชวนคุณไปที่ปารีสกับผมจะไปไหม เพราะลูกสาวคุณก็รักอยู่กับร้อยโทลูคัส ผมคิดว่าลูคัสคงนำ ญันนะฮ์ ไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศส” นโปเลียนได้ถามอับดุล

“ถ้าลูกสาวผมไป ผมก็คงไปด้วยครับท่าน แต่ผมอยากจะฝากลูกชายเพื่อนเข้าไปเป็นทหารของท่าน เพราะผมเห็นทหารของท่าน มีทหารที่เป็นลูกหลานชาวสยามหลายคน เช่นพันเอกหญิงโคลเอ้ พันเอกอาร์รอน ลูกชายของเพื่อนผมอยู่ที่เมืองชาม ถ้าท่านอนุญาตผมจะนำเขามาสมัครเป็นทหารกับท่าน พ่อเขาเป็นคนเปอร์เซียอยู่ที่เมืองราชสีมา  เป็นเพื่อนสนิทผม ตอนนี้ครอบครัวหนีภัยสงครามกลับมาอยู่ที่เมืองชาม หลังจากกรุงศรีอยุธยาตกเป็นของพม่า พ่อเขาเสียชีวิตที่สยามตั้งแต่อายุได้สี่สิบปี ๆ”

“ใครกันคุณอับดุล ผมเริ่มงง” บักเคนชักสงสัยว่ามารบคราวนี้กับนโปเลียนถึงมี คนเชื้อสายสยามมาอยู่ที่เมืองชามด้วย

อับดุลได้เล่าเรื่องราวที่เพื่อนได้เล่าให้ฟังว่า “พ่อเพื่อนคือพระยายมราชสังข์ เป็นทหารของพระนารายณ์เป็นเจ้าเมืองนครราชสีมาคนแรกได้ต่อสู้กับพระเพทราชา หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระนารายณ์ พ่อของเพื่อนแข็งเมืองต่อพระเพทราชา เพราะไม่พอใจที่พระเพทราชาและพระเจ้าเสือแย่งชิงสมบัติกัน จึงไม่ยอมอ่อนน้อมต่อกษัตริย์องค์ใหม่จงรักภักดีต่อพระนารายณ์เพียงพระองค์เดียว ยึดถือคำสาบานของชาวเปอร์เซียจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนารายณ์ มาตลอดชีวิต ก็จะไม่ยอมเปลี่ยนมารับใช้ผู้ที่ทรยศต่อเจ้านายเดิม จึงก่อการกบฏแข็งเมือง”

การก่อการแข็งเมืองทางกรุงศรีอยุธยาได้ส่งกองทัพมาปราบ โดยให้กองทัพแห่งกรุงศรีอยุธยายกทัพโจมตีเมืองนครราชสีมา ได้ตั้งค่ายล้อมเมือง พระยายมราชสังข์ ก็ได้เตรียมต่อสู้ มีการตรวจจัดแจงทหารป้องกันเมืองที่เชิงเทิน ขึ้นอยู่ประจำรักษา หน้าที่เชิงเทินป้องกันเมืองเป็นสามารถ

อับดุลเล่าต่อไปว่า “การยกทัพจากกรุงศรีอยุธยามีการสู้รบกันหลายครั้ง      ชาวเมืองนครราชสีมาได้ รบพุ่งป้องกันทั้งกลางวันกลางคืนไม่ยอมแพ้ต่อทัพกรุงศรีอยุธยา ทัพกรุงศรีก็โจมตีเมืองนครราชสีมาไม่ได้ ก็ตั้งทัพล้อมเมือง ทัพกรุงศรี  ยกทัพไปรบกับทัพของพระยายมราชสองครั้ง รบครั้งแรกไม่ชนะก็ล้อมเมืองนครราชสีมาเอาไว้  ก็ถอยทัพกลับกรุงศรี ครั้งที่สองยกทัพมาโจมตีอีกต่อสู้และล้อมเมืองนครราชสีมาเอาไว้ ประมาณสองปีเศษ ชาวเมืองไม่ได้ทำนา สองปีติดต่อกัน เสบียงอาหารก็ขาดแคลน ไพร่พลเมืองอดอยากซูบผอมล้มตายเป็นอันมากนัก บ้างยกครัวหนีออกจากเมืองนั้นก็มาก แต่พระยายมราชเจ้าเมืองนี้ มีฝีมือที่เข้มแข็งต่อสู้ไม่ยอมแพ้”

เพื่อนผมได้เล่าให้ผมฟังว่า “พ่อเขาไม่ยอมแพ้ ได้ให้ตัวเขากับแม่หลบหนีออกจากเมืองนครราชสีมาก่อนเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากพระยาราชบังสัน เพื่อฝากเรือสินค้าเดินทางกลับมายังเมืองชาม”

“เพื่อนผมได้พบกับทหารเปอร์เซียที่รอดชีวิตจากเมืองนครราชสีมาได้เล่าถึงสงครามระหว่างทหารกรุงศรีอยุธยากับทหารเมืองนครราชสีมา การสู้รบเป็นไปด้วยความดุเดือดไม่ใช่การรบแบบธรรมดา แม่ทัพกรุงศรีอยุธยาปรึกษาหารือกัน ว่าจะต้องระดมอาวุธพิเศษใช้ลูกระเบิดเพลิงเผาเมืองให้ราบคาบ โดยชักว่าวจุฬาที่ห้อยหม้อดินระเบิด แขวนสายป่านอันใหญ่หย่อนเข้าไปในเมืองและจุดเพลิงชนวนล่ามไว้ ครั้งเพลิงชนวนติดถึงดินแล้ว ให้ตกลงไหม้ในเมืองพร้อมทั้งยิงลูกระเบิดและ  ธนูเพลิงข้ามกำแพงเข้าไปในเมืองการระดมโจมตีแบบสมัยใหม่ทำให้เมืองนครราชสีมาไฟลุกไหม้ไปทั้งเมือง ผู้คนบาดระส่ำระสาย ในที่สุดเมืองนครราชสีมาก็แตก”

เพื่อนผมคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของทหารโปรตุเกสหรือไม่ก็ทหารฝรั่งเศส       ซึ่งชำนาญกลยุทธ์การรบ “พระยายมราชสังข์หนีออกจากนครราชสีมาได้ ก็พาสมัครพรรคพวกตรงมาหาเพื่อนคือ พระยารามเดโช ที่นครศรีธรรมราชก็เป็นกบฏ แข็งเมืองต่อพระเทพราชาเช่นกัน” เมื่ออับดุลเล่าจบ

นโปเลียนถึงกับถอนหายใจ กลยุทธ์การใช้ว่าวทิ้งระเบิดก่อนหน้าตน ส่วนตนเองใช้บอลลูนทิ้งระเบิด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จในการรบ

“หลานคุณอับดุลชื่ออะไร” พันเอกเจนัวร์ ได้ได้ถามอับดุล

โมฮาเหม็ด นาธานเนียล ดูฟอร์ เป็นลูกครึ่ง แม่เป็นชาวเวลส์

“ไว้ให้เขามาพบกับผมในอีกสองวันข้างหน้า” นโปเลียนบอกกับอับดุล

“พันเอกหญิงโคลเอ้ ผมจะให้คุณนำกองทหารม้าหนึ่งกองพัน ออกสำรวจเส้นทางทัพเพื่อยกทัพกลับเมืองจัฟฟาก่อน ให้เดินทางไปเตรียมขุดบ่อน้ำเพื่อรอทัพใหญ่ที่จะยกทัพตามไป เมื่อถึงเมืองจัฟฟาให้ตั้งทัพรออยู่นอกเมือง ไม่ต้องเข้าไปในเมืองเด็ดขาดเพราะเมืองนี้มีแต่กาฬโรค” นโปเลียนได้สั่งการให้ พันเอกหญิงโคลเอ้ไปเตรียมการเพื่อถอนทัพ

“ค่ะท่านนโปเลียน”

“รัสตัม ไปตามพันเอกอาร์รอนมาพบผมหน่อย” นโปเลียนบอกกับรัสตัม    คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ อดีตทหารม้ามุลลุค ได้ยอมมารับใช้นโปเลียน

“ได้นายท่าน” รัสตัมได้เดินไปตามพันเอกอาร์รอนเพื่อมาพบกับนโปเลียน

เมื่อพันเอกอาร์รอนเดินทางมาถึงก็ได้ยกมือ ทำวันทยาหัตถ์ (Hand salute) ต่อนโปเลียน

“ผมพันเอกอาร์รอนสังกัดทหารม้าครับผม”

“อืมส์ผมแปลกใจมาก ที่มีทหารลูกครึ่งสยามสมัครมาเป็นทหารในครั้งนี้มากมาย” นโปเลียนได้บอกกับพันเอกอาร์รอน

“ครับผม ผมเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยที่ โอเติง บรีแอนน์ ครับผม”

“เห็นพันเอกหญิงโคลเอ้ บอกว่าผู้พันเป็นลูกครึ่งสยามใช่ไหม” บักเคนได้ถามด้วยความสงสัย”

“ใช่ครับ ท่านปู่ผม ออกขุนศรีวิสารวาจา เป็นตรีทูต มากับคณะของพระยา โกษาปานจากสยามครับท่าน”

“โอ คนสยามช่างเสน่ห์แรง มีลูกหลานอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสหลายคน”           พันเอกเจนัวร์ เอ่ยขึ้นมา

“ไม่แปลกครับท่าน คนฝรั่งเศสไปรับราชการในสยามก็มากมายมีหมู่บ้านฝรั่งเศส ในกรุงศรีอยุธยา ผมถึงว่าไม่แปลก” บักเคนบอกกับพันเอกเจนัวร์

“แล้วครอบครัวท่านประกอบอาชีพอะไร” นโปเลียนเริ่มมีความสนใจและ    ซักถาม พันเอกอาร์รอน”

“พ่อผมเป็นทหารเป็นเจ้าของปราสาทที่เมืองแบร็ส ได้ไปรบที่เมืองแซงต์     โดมังส์ และไปทำไร่อ้อยที่นั้นกับแม่” พันเอกอาร์รอนบอกกับนโปเลียน

“แล้วรู้ไหมว่าคุณเคนเป็นคนสยามร่วมทัพมากับผม” นโปเลียนถาม            พันเอกอาร์รอน

“ทราบครับ แต่ผมไม่ได้คุยกับคุณเคน เพราะผมเป็นทหารมิบังอาจไปตีตนเสมอท่านครับ”

“ไม่เป็นไร ผมยินดี ถ้ารู้ว่าท่านผู้พันเป็นลูกครึ่งสยามผมก็เรียกมาสนทนาแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ก็ผมไปรับท่านที่ปิรามิดพร้อมกับท่านนโปเลียน แต่ไม่ได้ทักทายท่าน”     พันเอกอาร์รอนบอกกับบักเคน

“อ๋อ ถึงว่าหน้าคุ้น ๆ” 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *