บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 180)

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 180)

พวกเราดื่มน้ำชาเรียบร้อยก็ออกเดินไปชมตลาดกันต่อ นโปเลียนได้นำอาดัมเดินชมวิถีชีวิตคนไคโรที่แท้จริง เพราะเป็นที่รวมของคนชนชั้นล่าง พ่อค้า ที่คนรวยไม่อยากจะมาเดินเพราะรังเกียจกลิ่น ความสกปรก และความวุ่นวายในตลาด คณะของนโปเลียนได้เดินชมตลาดตั้งแต่สายจนถึงบ่ายก็เดินทางกลับที่พัก นโปเลียนก็เห็นกระดาษที่เขียนโจมตีตนบ้างประปรายแต่ก็ไม่สนใจ เพราะนึกถึงเศษกระดาษในก้อนขนมปัง ความสำเร็จทั้งหลายมีราคาที่คุณต้องจ่ายทั้งนั้น ทำให้นโปเลียนได้คิด มีคนรักมากก็มีคนเกลียด มากเช่นกัน ทำอย่างไรเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ ยิ่งใช้อำนาจยิ่งใช้ยิ่งลด แต่ถ้าสร้างบารมียิ่งสร้างยิ่งเพิ่ม ให้คนนับถือ

หลังจากกลับจากเดินตลาด นโปเลียนได้บอกกับอาดัม “พรุ่งนี้ผมจะให้คำตอบนะครับ”

“ครับท่าน แล้วท่านจะให้ผมมาพบเพื่อรับฟังคำตอบเมื่อใด” อาดัมถาม          นโปเลียน

“ก็มาฟังคำตอบพรุ่งนี้ตอนเช้าก็แล้วกัน”

“ได้ครับท่าน”

นโปเลียนได้ไปพักผ่อนร่วมห้องกับเฟาเรส ทั้งคู่สนทนากันถึงอนาคตวันข้างหน้า “ท่านค่ะ จะกลับฝรั่งเศสเมื่อใด จะนำเฟาเรสไปกับท่านด้วยไหมค่ะ หรือท่านมีคนอยู่ที่ฝรั่งเศสแล้ว” เฟาเรสได้ถามนโปเลียนหลายคำถาม

อืมส์ผมมีภรรยาที่แต่งงานโดยถูกกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นไร รับได้ไหมจะไปอยู่กับผม ผมจะให้อยู่ใกล้กับคุณเคนที่เมืองมาเซย์ ผมรักคุณมาก อยากให้ไปถ่ายทอดวัฒนธรรมการเต้นระบำหน้าท้องที่ฝรั่งเศส ผมคิดจะร่วมหุ้นกับคุณเคนและอาดัมเพื่อเปิดร้านอาหารมีการแสดงระบำหน้าท้อง เฟาเรสไปใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสดีกว่าอยู่ที่อียิปต์ ที่ฝรั่งเศสเสรี เปิดกว้าง ผมดูแลคุณได้ แต่ถ้าไม่ไปมันก็ยากสำหรับผมที่จะดูแลคุณ ได้ที่ไคโร” นโปเลียนได้บอกกับเฟาเรส

“แล้วแต่ท่านจะเมตตา ผู้หญิงไม่มีสิทธิมีเสียงแล้วแต่สามีจะว่าอย่างไร ก็ว่าตามกัน ท่านให้อยู่มาเซย์หนูก็อยู่มาเซย์” เฟาเรสตอบนโปเลียน

“ยอดรักของผม ขอบคุณในความเข้าใจ เรานอนกันเถอะ” ทั้งคู่ก็ได้เปิดสงครามสวาทกันอีกรอบ และก็ม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

รุ่งเช้าเสียงระฆังดังเป็นกิจวัตรประจำวัน เสียงสวดอัลกุรอานดังขึ้น วิถีชีวิตคนไคโรได้เริ่มต้นวันใหม่ ก็ไม่แตกต่างจากทุกวัน นโปเลียนที่ตื่นเช้าตลอดได้ลุกขึ้นมาจุดตะเกียงอ่านหนังสือ หลักพิชัยสงคราม ของซุนจื่อ(ซุนวู) ที่บาทหลวงฌอง โชแซฟฟ์ มารี อามีโอต์ (Jean Joseph Marie Amiot) ได้แปลจากภาษาจีนเป็นภาษาฝรั่งเศส และบาทหลวงได้มอบหนังสือให้กับนโปเลียนได้อ่าน และบอกกับ            นโปเลียนว่าต้องทำความเข้าใจหลักพิชัยสงครามของซุนจื่อให้ถ่องแท้ ถ้าพื้นฐานไม่ดีอ่านแล้วไม่ทำความเข้าใจ  รบกี่ครั้งก็แพ้ นโปเลียนได้อ่านทบทวนพิชัยสงครามหลายรอบ แต่ก็ยังแพ้ศึกต่ออังกฤษ และจักรวรรดิออตโตมัน นโปเลียนเลยหยิบหนังสือมาอ่านทบทวนอีกครั้งถึงความพ่ายแพ้ของตน โดยอ่านทบทวนเพียงบางบทใน 13 บท ในบทที่ 1  ประมาณสถานการณ์ อันการสงคราม เป็นเรื่องใหญ่ของรัฐ คือวิธีแห่งการคงอยู่หรือล่มสลายของรัฐ เกี่ยวพันถึงชีวิตของไพรพลและราษฎร จะไม่วิเคราะห์ หาได้ไม่ เพราะฉะนั้น เราต้องคำนึงถึงปัญหาพื้นฐาน 5 ประการ แล้วเปรียบเทียบสภาพของข้าศึกกับเรา เพื่อคาดคะเนผลแพ้ชนะ ปัญหาพื้นฐาน 5 ประการคือ มรรค (ความเป็นธรรม), ฟ้า (ภูมิอากาศ), ดิน (ภูมิประเทศ), แม่ทัพที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา กฎ ระเบียบวินัยของกองทัพ บทที่ 2 การทำศึกกรีธาทัพหนึ่งแสน ซึ่งมีรถศึกเทียมด้วยม้าสี่ตัวพันคัน รถหุ้มเกราะหนังพันคัน พลเกราะหนึ่งแสน และเสบียงสำหรับทางไกลพันลี้ ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายวันละพันตำลึงทอง ฉะนั้นการทำสงครามจึงควรเผด็จศึกโดยเร็วอย่าให้ยืดเยื้อ บทที่ 3 ยุทธศาสตร์เชิงรุก หลักการสงครามถือว่า การทำให้ข้าศึกยอมสยบถือเป็นยอด การทำลายข้าศึกถือเป็นรอง เพราะฉะนั้น กองทัพที่รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง จึงมิใช่กองทัพที่สุดยอด แต่กองทัพที่สามารถทำให้ข้าศึกยอมสยบโดยไม่ต้องรบ ถือเป็นกองทัพที่สุดยอดแห่งสุดยอด บทที่ 4 รูปลักษณ์การรบ แม่ทัพผู้สันทัดในการดำเนินสงคราม ก่อนอื่นจะต้องทำให้ฝ่ายตนตั้งอยู่ในฐานะที่ข้าศึกไม่อาจเอาชนะได้ เพื่อรอโอกาสที่ข้าศึกตกอยู่ในฐานะที่ฝ่ายตนเอาชนะได้, การที่ข้าศึกไม่สามารถเอาชนะเราได้นั้น ขึ้นอยู่กับเรา, การที่ข้าศึกตกอยู่ในฐานะเราเอาชนะได้นั้น อยู่ที่ข้าศึกเอง บทที่ 6  ความอ่อนแอ เข้มแข็ง ฝ่ายใดถึงสมรภูมิก่อนเป็นฝ่ายรอข้าศึก ฝ่ายนั้นไม่อิดโรย ฝ่ายใดถึงสมรภูมิทีหลัง อีกทั้งต้องรบอย่างฉุกละหุก ฝ่ายนั้นอิดโรย และในบทที่ 9 การเดินทัพ การจัดวางกำลังทหารและสังเกตการณ์สภาพข้าศึกในภูมิประเทศต่างๆ ควรใส่ใจในเรื่องต่อ    ไปนี้ เมื่อจะยกทัพข้ามเขาจะต้องเดินใกล้หุบเขาที่มีแหล่งน้ำและหญ้า, เมื่อจะยกทัพข้ามแม่น้ำ ควรตั้งทัพให้ห่างไกลจากแม่น้ำ เมื่อจะยกทัพผ่านเขตหนองบึงต้องรีบผ่านไปโดยเร็ว การตั้งทัพจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่สูงแห้ง ไม่ควรตั้งในพื้นที่ต่ำและเปียกแฉะ นโปเลียนนั่งทบทวนถึงการเดินทัพผ่านทะเลทราย ซึ่งไม่มีบันทึกไว้ในหลักพิชัยสงคราม  แต่ตนเองควรจะประยุกต์หลักการเดินทัพหรือตีความในหลักพิชัยสงครามให้ถ่องแท้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง น่าจะไม่พ่ายแพ้การรบในครั้งนี้

เฟาเรสได้ตื่นขึ้นมามองเห็นนโปเลียนได้จุดตะเกียงอ่านหนังสือ เลยลุกขึ้นเดินไปโอบกอดคอนโปเลียน “อ่านอะไรค่ะที่รัก”

“ผมอ่านตำราพิชัยสงครามทบทวนทำไมผมถึงแพ้ศึกกับอังกฤษและจักรวรรดิออตโตมัน ผมรู้แล้วว่าทำไมผมถึงแพ้เพราะต้องเดินทัพยาวไกล ขวัญและกำลังใจของทหาร ไม่ค่อยดี ทหารไม่รู้ว่ารบไปเพื่ออะไร แม้ผมจะพูดปลุกใจ แต่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทัพ การเจอโรคระบาด กาฬโรค ความแห้งแล้งในทะเลทราย การขาดแคลนน้ำดื่ม ความเจ็บป่วย และ อาวุธที่สู้ฝ่ายอังกฤษไม่ได้  การรบที่ยืดเยื้อ ทำให้ขาดเสบียงอาหารอาวุธคือปัจจัยที่ทำให้ต้องพ่ายแพ้” นโปเลียนบอกกับเฟาเรส

“ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว คิดไปก็ไม่สามารถเรียกสิ่งที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาได้ค่ะท่าน จะทำให้กลัดกลุ้มเปล่า ๆ ท่านต้องมองไปข้างหน้า เตรียมการให้พร้อม ดูจุดบกพร่องที่ท่านพบในการเดินทัพ” เฟาเรสบอกกับนโปเลียน 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *