บักเคนทะลุมิติ ภาค1 (ตอนที่245)

บักเคนทะลุมิติ ภาค1 (ตอนที่245)

          “พวกเราถอยก่อน” เสียงตะโกนสั่งการของพันเอกหญิงโคลเอ้ตะโกนสั่งการ หลังจากได้รับบาดเจ็บถูกธนูที่หลัง

“อดทนนิดผู้พัน” ทหารม้าที่ควบตามมาตะโกนบอกพันเอกหญิงโคลเอ้ที่ถูกลูกธนูที่หลัง  

  “เปิดทางหน่อย ผู้พันโคลเอ้ได้รับบาดเจ็บ” เสียงตะโกนของทหารม้าที่ขี่ตามกันมา ทหารฝรั่งเศสค่อยแยกตัวออกเพื่อให้ทหารเสนารักษ์นำพันเอกหญิงโคลเอ้เข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม

“รบกันตั้งแต่เช้า ไม่ได้หยุด ผมว่าหยุดพักรบให้ทหารได้พักผ่อนก่อนดีกว่า” พลเอกมีโน่บอกกับนโปเลียน

“เราหยุดแต่พวกเติร์กมันจะหยุดรบหรือไม่ นี่ก็บ่ายแล้ว ทหารหลายกองร้อยยังไม่ได้หยุดพักทานอาหารเลยรบไม่ได้หยุด”

“ท่านพวกฝรั่งเศสเงียบไป น่าจะหยุดพักรับประทานอาหารพวกเราบุกตั้งแต่เช้า ไม่มีเวลาได้หุงหาอาหารเลย ทหารก็เหนื่อย พักรบก่อน” พันตรี ชามิล บินบอกกับแกรนด์วิเซียร์ และร้อยเอกเบิร์น

“ท่านลอร์ดเบนจามินได้ถอยไปตั้งหลักที่ชายหาด ทำไมคุณเบิร์น ถึงไม่ไปกลับท่านลอรด์”   แกรนด์วิเซียร์ถามด้วยความสงสัย

“ท่านลอร์ดให้ผมกับทหารอังกฤษที่เหลือคอยประสานงานกับท่านตามคำสั่งขององค์กษัตริย์ เราเป็นพันธมิตรกัน องค์กษัตริย์ให้มาดูแนวการรบของพวกฝรั่งเศสครับท่าน” ร้อยเอกเบิร์น ตอบแกรนด์วิเซียร์

“พวกฝรั่งเศสหยุดยิงไป ท่านผู้พันชามิล สั่งให้ทหารเตรียมเสบียงรับประทานอาหารก่อน นี่ก็บ่ายมากแล้ว” แกรนด์วิเซียร์ได้บอกพันตรี ชามิล เพื่อส่งสัญญานให้ทหารเติร์กได้หยุดรับประทานอาหาร หลังจากเช้าที่บุกยังไม่ได้รับประทานอาหาร

เสียงแตรเขาแกะภูเขาก็ได้ดังขึ้น “แต๊ แต๊ แต้   แต๊ ๆๆก้องกังวาน ทหารเติร์ก ก็ได้หยุดพัก

เสียงแตรดัง พวกเราหยุดพักรบก่อน ทหารหลายคนได้เตรียมเสบียงติดตัวมา เริ่มทำการหุงหาอาหาร

“พวกเติร์กเป่าแตรสัญญานหยุดพักรบก่อน พวกเราก็จะหยุดเหมือนกัน บอกพลแตรให้เป่าสัญญาน แตร ให้ทหารหยุดพักก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” พลเอกกาลีเบอร์บอกกับพลแตรให้เป่าแตรสัญญาน

“แต๊ แต๊ แต๊ๆ แต๊ๆ”

“พักรบก่อน พวกเรา หลังจากเสียงแตรดังขึ้นทหารฝรั่งเศสรีบเอาเสบียงสำเร็จรูปขึ้นมารับประทาน เราไม่เสียเวลาที่ต้องทำอาหารเหมือนกับพวกเติร์ก” ร้อยโทลูคัสบอกกับเพื่อนทหาร

“คุณเคนมาทานอาหารด้วยกัน” นโปเลียนได้ชวนบักเคนร่วมรับประทานอาหาร สงครามในครั้งนี้บักเคนแทบไม่มีบทบาทอะไรมากนักไม่เหมือนคราวปฎิวัติฝรั่งเศส บักเคนเป็นเพียงผู้ดู ในการศึกครั้งนี้

“ครับท่านนโปเลียน” บักเคน

“คุณเคนดูเงียบไปนะ มีอะไรในใจหรือเปล่าหรือคิดถึงแฟน” เสียงพันเอกเจนัวร์ถามบักเคน

“ไม่ครับ ท่านจะให้ผมทำอะไร ออกไปรบกับพวกเติร์ก ผมก็ไม่รู้สึกว่าพวกเติร์กเป็นศัตรู เพราะผมไม่รู้จักพวกเติร์ก ไม่ได้มีความโกรธแค้นที่จะต้องไปฆ่า”  บักเคนตอบพันเอกเจนัวร์ ถึงแนวคิดของตน

“คุณเคน ไม่จำเป็นต้องรู้จัก แค่เป็นศัตรูเราก็ต้องฆ่า ทำตามคำสั่งก็พอ” พันเอกเจนัวร์บอกกับบักเคน

“เอาละ พอ ๆ คุณเคนเป็นพลเรือน อาจจะไม่ได้มีแนวคิดแบบทหาร ที่ต้องรับฟังคำสั่งเพียงอย่างเดียวไม่เหมือนพวกเรา ถ้าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็ผิดวินัย ถ้าถอยหนีศัตรู ด้วยความกลัวโทษคือประหาร” พลเอกมีโน่บอกกับพันเอกเจนัวร์

บักเคนได้ยินคำพูดของพลเอกมีโน่ ในแนวคิดทหาร เรื่องของชาติบ้านเมือง พวกพ้อง มันคล้ายกับสิ่งที่เกิดในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน ทหารชั้นผู้น้อยทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้สลายการชุมนุม พลเรือนเสียชีวิ ต99 ศพ ก็ยังเป็นเรื่องถูกหรือผิดแล้วแต่มุมมอง จากฝั่งสลายการชุมนุมเป็นความชอบธรรม กับคนที่สูญเสียคนในครอบครัว จากการเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตย

 เด็กนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน โดยไม่รู้จักกันมาก่อน แค่เห็นเสื้อกับหัวเข็มขัดก็ยกพวกตีกัน ขว้างระเบิดเข้าใส่ นักเรียนต่างสถาบันได้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ช่างเหมือนการทำสงครามระหว่างฝรั่งเศสกับเติร์ก ก่อนหน้าเป็นพันธมิตร แค่สุลต่านเปลี่ยนขั้ว ทหารเติร์กต้องจากบ้านจากเมือง จากครอบครัวมารบถ้าเสียชีวิต อีกหลายชีวิตทางบ้าน ต้องได้รับความเดือดร้อน ไม่ใช่สงครามป้องกันดินแดน แต่เป็นสงครามที่หาคำตอบไม่ได้ ผลประโยชน์ของชาติ หรือป้องกันการรุกรานจากพวกฝรั่งเศสกันแน่

 “ทำไมเงียบไปคุณเคน” นโปเลียนถามด้วยความสงสัย

“ผมคิดครับท่านนโปเลียน มนุษย์ทำสงครามฆ่ากันเพื่ออะไร อย่างประเทศของท่าน ชาวบ้านบางส่วนต้องอดอยาก ล้มตาย ตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ จนถึงคณะกรรมการดิเร็กตัวร์ ระดมเงินทำสงคราม ขึ้นภาษี ถ้าขาดแคลนก็ไปเกณฑ์ชาวบ้านมาเป็นทหารเพื่อออกรบ เก็บภาษีมาสร้างอาวุธ แทนที่จะทำเงินภาษีมาพัฒนาคุณภาพการศึกษา รักษาคนเจ็บป่วยที่ไม่มีเงินรักษาตัว เรารบกันเพื่ออะไร” บักเคนถามด้วยความสงสัย

“เออ เป็นเรื่องของผู้นำ เขาสั่งการลงมา ผมตอบแทนไม่ได้ เป็นเรื่องนโยบาย” นโปเลียนบอกกับบักเคน

“ผมว่าคุณเคนอย่าไปคิดฟุ้งซ่าน สงครามมันดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว มันหยุดไม่ได้ จนกว่าจะชนะ ถูก ผิด ไม่มี มีแต่ใครกำปั้นใหญ่กว่ากัน ผู้เข็มแข็ง ผู้ชนะ คือผู้กำหนดทุกสิ่ง เราถึงต้องทำสงคราม ถ้าพวกเราอ่อนแอ ก็ถูกพวกดัตช์ เสปน อังกฤษ มันยึดครอง เราอยากเป็นประเทศสงบ แต่ประเทศรอบบ้านเราไม่อยากให้เราสงบ เราถึงต้องรบ ถ้าเราอ่อนแอตกเมืองขึ้น เขาจะฆ่า จะแกงจะไปเรียกร้องความยุติธรรมกับใคร ดังนั้น การรบคือวิถีแห่งการเป็นผู้ชนะ ผู้ชนะเท่านั้นครองโลก” พลเอกกาลีเบอร์บอกกับบักเคน

“พวกเราทานอาหารกัน เดี๋ยวพวกเติร์กมันทานเสร็จก็คงสู้ต่อ” นโปเลียนบอกกับทุกคน

“ครับท่าน”

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ การสู้รบก็ดำเนินต่อไปจนถึงค่ำ ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตาย โดยเฉพาะพวกเติร์กที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะอาวุธด้อยประสิทธิภาพกว่า และทหารใหม่อ่อนประสบการณ์

“พวกเติร์กมันหยุดรบแล้ว มันถอยไปที่ชายหาด” เสียงพลเอกมีโน่บอกกับนโปเลียน

“ให้จัดเวรยามให้ดี คืนนี้ ให้พันเอกเจนัวร์ พันตรีเอ็ดเวิร์ด และ ร้อยเอกโจซัวร์ นำกำลังทหารเข้าไปถล่มค่ายพวกเติร์กที่ชายหาด” นโปเลียนสั่งการลงไป

“รัสตัมให้ใครไปตาม ร้อยโทลูคัสมารอพบผมหน่อยผมจะไปดูอาการบาดเจ็บของผู้พันโคลเอ้” นโปเลียนบอกกับรัสตัม

“ครับนายท่าน”

พันเอกเจนัวร์รับคำสั่งจากนโปเลียนก็ไปเตรียมการวางแผนการรบกลางคืนกับ พันตรีเอ็ดเวิร์ด และ ร้อยเอกโจซัวร์ ส่วนรัสตัมได้ให้ทหารไปตามร้อยโทลูคัสมาพบกับนโปเลียน

 

นโปเลียน บักเคน พลเอกมีโน่ พลเอกกาลีเบอร์ได้ควบม้าไปยังโรงพยาบาลสนามเพื่อเยี่ยมอาการของพันเอกหญิงโคลเอ้ที่ถูกลูกธนูที่หลัง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *