บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 267)

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 267)

.

เรือพาย 5 ลำของ ลอร์ดเบนจามิน ร้อยเอกสตีฟ แกรนด์วิเซียร์ และทหารติดตามอีกสามนาย นำโดยอาเหม็ด ลูกเรือได้พายขึ้นฝั่ง พันตรีเอ็ดเวิร์ด ที่มารอรับที่ชายหาด ได้นำโยเซฟและคณะของลอร์ดเบนจามิน เดินทางไปพบกับนโปเลียนที่รออยู่แล้ว

“สวัสดีท่านลอร์ด ท่านแกรนด์วิเซียร์ ยินดีที่ได้พบ” เสียงนโปเลียนเอ่ยทักทายลอร์ดเบนจามิน และแกรนด์วิเซียร์

“สวัสดีท่านนโปเลียนและสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่านในที่นี่ วันนี้ผมได้เจรจาขอสงบศึกกับท่านนโปเลียน” ลอร์ดเบนจามินเอ่ยปาก

“ก็ได้เชิญที่โต๊ะ นโปเลียนเอ่ยปากเชิญลอร์ดเบนจามินที่ในมือถือหนังสือพิมพ์ผูกโบว์อย่างดีติดมือมาด้วย

“สวัสดีท่านนโปเลียน ท่านจากบ้านเมืองมานานอาจจะไม่ได้ข่าวคราวบ้านเมืองของท่าน ข้าก็เลยเอาหนังสือพิมพ์มาฝากให้ท่านได้อ่านข่าวความเป็นไปของประเทศท่าน” ลอร์ดเบนจามินพูดด้วยความมีน้ำใจแต่ใจจริงแล้วประสงค์ร้ายต่อนโปเลียนเพราะข่าวคราวเป็นข่าวร้ายที่ฝรั่งเศสเสียดินแดนอิตาลีทั้งหมดให้กับกองทัพผสมออสเตรียและรัซเซียที่บุกโจมตีฝรั่งเศสในอิตาลีเพื่อปลดปล่อยอิตาลีได้สำเร็จ

“ ขอบใจท่านลอร์ด ผมขอเจรจาก่อน ส่วนหนังสือพิมพ์ผมค่อยอ่านคืนนี้ นโปเลียนบอกกับลอร์ดเบนจามิน ใจจริงอยากทราบข่าวความเป็นไปของยุโรปใจจะขาด แต่เพื่อมารยาทและสิ่งที่ต้องเจรจา ทำให้นโปเลียนต้องอดกลั้น ไม่ยอมอ่านหนังสือพิมพ์ที่ลอรด์เบนจามินมอบให้

“ท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายวันนี้ผมกับท่านแกรนด์วิเซียร์เป็นตัวแทนของประเทศอังกฤษกับตุรกี ได้เป็นตัวแทนมาเจรจากับท่านเรื่องทหารเติร์กที่ขอยอมแพ้ต่อฝ่ายฝรั่งเศส ไม่ทราบว่าทางท่านมีเงื่อนไขในการเจรจาอย่างไรบ้างทางเราจะได้นำสิ่งที่ท่านต้องการไปกราบทูลต่อองค์เหนือหัวของเรา

“เรียนท่านลอร์ดเบนจามิน ท่านแกรนด์วิเซียร์กองทัพของท่านเป็นฝ่ายยอมจำนน ทางเรามีข้อเรียกร้องให้ท่านยกดินแดนอินเดียให้กับทางฝ่ายฝรั่งเศสและยกเลิกปิดล้อมน่านน้ำอียิปต์ให้ถอยกองเรือทั้งหมดของอังกฤษที่ลาดตระเวณกลับไปอังกฤษทั้งหมด” นโปเลียนเอ่ยปากเจรจากับลอร์ดเบนจามิน

“ส่วนท่านแกรนด์วิเซียร์ท่านยกทหารมาโจมตีพวกเรา เมื่อฝ่ายท่านยอมจำนน ท่านจะต้องนำทองคำเท่ากับจำนวนทหารมาไถ่ตัวทหารของท่านโดย ทหาร 1 คน ต่อทองคำ 10 แท่ง ทหารฝ่ายท่านมีจำนวนประมาณ สองหมื่นนาย ท่านแกรนด์ต้องนำทองคำแท่งจำนวน สองแสนแท่งมาไถ่ตัวทหารของท่าน และลงนามในสัญญาขอยอมแพ้ต่อฝรั่งเศส และท่านต้องให้องค์กษัตริย์ยกเลิกกองทหารม้ามัลลุค” นโปเลียนเสนอเงื่อนไข

“โอเงื่อนไขสูงไปมั้งท่านนโปเลียน มันเกินอำนาจตัดสินใจของเรา ต้องให้เวลาพวกเราไปกราบทูลพระเจ้าจอร์จ ก่อน” ลอร์ดเบนจามินเอ่ยปากบอกกับนโปเลียน

“ใช่ ๆ แกรนด์วิเซียร์กล่าวเสริม ทองคำจำนวนมาก มันเกินอำนาจตัดสินใจของข้า คงต้องไปกราบทูลต่อองค์สุลต่านก่อน อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง” แกรนด์วิเซียร์บอกกับนโปเลียน

“พวกท่านจะต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะมีคำตอบให้” นโปเลียนถามตัวแทนทั้งคู่

“คงต้องใช้เวลาสักพัก ต้องเดินเรือกลับไปอังกฤษก่อน แล้วส่งตัวแทนมาให้คำตอบแก่ท่านนโปเลียน” ลอร์ดเบนจามินได้บอกกับนโปเลียน

“ท่านลอร์ดเพียงส่งข่าวผ่านนกพิราบมาก็พอ ส่วนท่านแกรนด์ถ้าองค์สุลต่านตกลง ก็ส่งข่าวทางนกพิราบเช่นกัน ถ้าตกลงทางเราก็จะยอมปล่อยเชลย แต่ก่อนที่จะได้คำตอบ ทหารของพวกท่านเป็นเชลยเป็นจำนวนมาก ท่านต้องทิ้งเสบียงที่เหลือทั้งหมดและเรือรบไว้ให้กับฝ่ายฝรั่งเศส ท่านจะว่าอย่างไร” นโปเลียนเสนอเงื่อนไข

“เรือเป็นของเรา และทหารบนเรือส่วนใหญ่ก็เป็นทหารของอังกฤษเราทำหน้าที่เพียงขนส่งทหารเติร์กเท่านั้น ท่านนโปเลียนก็เห็นไม่มีทหารอังกฤษเข้าไปทำการร่วมรบในศึกครั้งนี้ ถ้าให้เรามอบเรือรบให้กับฝ่ายฝรั่งเศส แล้วทหารอังกฤษจะเดินทางกลับอังกฤษได้อย่างไร” ลอร์ดเบนจามินบอกกับนโปเลียน

“ไม่ได้ท่านลอร์ด ท่านต้องให้ทหารอังกฤษขึ้นบกและเดินทางด้วยเท้าไปยังเมืองจาฟฟา แล้วให้ท่านหาทางกลับอังกฤษเอาเอง ส่วนท่านแกรนด์ ท่านต้องไปทูลองค์สุลต่านพร้อมกับทหารติดตามได้ไม่เกิน 5 นาย ทหารเติร์กทั้งหมดที่มากับท่านทั้งหมดจะต้องตกเป็นตัวประกัน

“ท่านนโปเลียนพวกเราขอหารือในข้อเรียกร้องของพวกท่าน เราขอเวลาสัก 1 วันเพื่อหารือได้ไหม” แกรนด์วิเซียร์เอ่ยปากกับนโปเลียน

“ก็ได้ท่านแกรนด์ ผมให้เวลาพวกท่านหนึ่งวัน พรุ่งนี้ผมขอคำตอบ

“เอาละเลิกประชุม” นโปเลียนเอ่ยปิดประชุมการเจรจา

“เดี๋ยวก่อนท่านข้าอยากจะพบพันตรีชามิลที่ตกเป็นเชลยของท่าน” แกรนด์วิเซียร์เอ่ยปากกับนโปเลียน

“ได้ท่านเดี๋ยวจะให้ทหารไปตามพันตรีชามิลมาพบกับท่าน”

“รัสตัมไปบอกร้อยเอกโจซัวร์ให้นำพันตรีชามิลมาพบกับท่านลอร์ดด้วย”

“ครับนายท่าน” รัสตัมได้เดินออกไปและไปพบร้อยเอกโจซัวร์ที่เฝ้ารออยู่ข้างนอกไม่ไกลจากห้องประชุมนัก

“โจซัวร์ ท่านนโปเลียนให้ท่านไปนำพันตรีชามิลมาพบกับท่าน

แกรนวิเซียร์ด้วย” รัสตัมบอกกับนายทหารหนุ่ม

“ได้เลยรัสตัม” ร้อยเอกโจซัวร์บอกกับรัสตัม แล้วก็รีบไปเดินไปที่เรือนรับรอง แท้ที่จริงแล้วคือที่ควบคุมตัวนายทหารที่ตกเป็นเชลย”

“สวัสดีท่านพันตรีชามิล” ร้อยเอกโจซัวร์เอ่ยปากทักทาย

“สวัสดีร้อยเอกโจซัวร์มีอะไรหรือที่มาพบผม โยเซฟกลับมาแล้วใช่ไหม” พันตรีชามิลบอกกับร้อยเอกโจซัวร์

“ใช่ พอดีท่านนโปเลียนให้มาตามท่านผู้พันไปพบกับแกรนวิเซียร์”

“โอ ท่านช่วยเหลืออะไรหน่อยได้ไหมผมไม่กล้าที่จะไปพบกับท่านแกรนด์วิเซียร์ โจซัวร์ช่วยไปบอกท่านนโปเลียนว่าข้าป่วยหนักไม่สามารถไปพบได้” พันตรีชามิลบอกกับร้อยเอกโจซัวร์

“ทำไมหรือผู้พัน ทำไมไม่ไปพบกับท่านแกรนด์” ร้อยเอกโจซัวร์ถามด้วยความสงสัย

“ท่านแกรนด์วิเซียร์เป็นคนโมโหร้าย ถ้าผมไปพบท่านจะโกรธมากเมื่อเห็นหน้า ผมไม่กลัวตาย แต่ถ้าท่านแกรนด์เห็นหน้าผมอาจจะสั่งให้ทหารฆ่าล้างครอบครัวผมที่อาศัยอยู่ที่คอนแสนติโนเปิล ผมอยากจะให้ท่านช่วย บอกว่าผมใกล้ตาย และเสียใจที่ทำให้ท่านแกรนด์วิเซียร์ผิดหวัง ผมขอร้องแค่นี้จะได้ไหม” พันตรีชามิลเอ่ยปากขอร้องร้อยเอกโจซัวร์

“เออ ขอไปปรึกษากับท่านนโปเลียนก่อนได้ไหม ถ้าผมไม่กลับมาแสดงว่าท่านนโปเลียนตกลงตามคำขอร้อง” ร้อยเอกโจซัวร์รับปากพันตรีชามิล และก็เดินทางไปพบกับนโปเลียน

ร้อยเอกโจซัวร์ได้มาถึงและให้ทหารที่เฝ้าหน้าห้องไปตามรัสตัมมาพบกับตน ทหารได้เดินเลี่ยง เข้าไปหารัสตัมที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับนโปเลียน และกระซิบเบา ๆ ถึงข้อความที่ร้อยเอกโจซัวร์บอกมาให้กับรัสตัม

 

“ท่านรัสตัม ร้อยเอกโจซัวร์มีเรื่องหารือกับท่าน ขอให้ท่านออกไปพบด้วย”

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *