บักเคนทะลุมิติภาค 1 (ตอน57)

บักเคนทะลุมิต ภาค 1 (ตอนที่ 57)

.

eสถานการณ์ความวุ่นวายเริ่มมีขึ้นในปารีส พระเจ้าหลุยส์  ทรงเรียก เน็คแกร์ ผู้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคลังเข้าพบด่วน  โดยพระองค์ได้หารือกับ เน็คแกร์ ในการดึงตัวแทนฐานันดรที่สามพวกรากหญ้า (Slumdogs) ได้อยู่ในสภาล่างให้เป็นฐานอำนาจของพระองค์เพื่อต่อสู้กับสองฐานันดรโดยยกฐานันดรที่ 1 และที่สอง ประกอบด้วยฐานันดรที่หนึ่ง ตัวแทนศาสนจักร ฐานันดรที่สอง ตัวแทนจากขุนนางชั้นสูง ให้เป็นสภาสูงเสีย เน็คแกร์ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองฐานันดรยินยอม แต่ทั้งสองฐานันดร ปฏิเสธและไม่เข้าร่วมประชุม ความวุ่นวายได้เพิ่มมากขึ้น

ในที่สุดฐานันดรที่สามพวกรากหญ้า (Slumdogs) ได้ประกาศแต่งตั้งตนเองเป็นสภาแห่งประชาชาติฝรั่งเศส และได้ร่างประกาศรับรองภาษีอากรให้คงอยู่เหมือนเดิม ตลอดชั่วอายุสภาแห่งประชาชาติฝรั่งเศสเท่านั้น และหนี้สินที่รัฐบาลเก่าก่อไว้ก็จะชดใช้หนี้สินและมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งควบคุมการจัดส่งอาหารทั้งปวง เพื่อไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน   ที่กำลังอดอยากทั่วฝรั่งเศส

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ทรงทราบประกาศของฐานันดรที่สามพวกรากหญ้าประกาศตนเองเป็นสภาแห่งประชาชาติฝรั่งเศส ก็ทรงแปลกใจ ได้ปรึกษาหารือกับพระนางมารี อังตัวเนต และคองต์ ดีอาร์ตัวส์ พระอนุชา ซึ่งสองพระองค์ได้เสนอแนะให้พระเจ้าหลุยส์ไม่ยอมให้สภาแห่งประชาชาติฝรั่งเศสกระทำการเช่นนั้น เพราะเป็นการละเมิดพระราชอำนาจของพระองค์

พระเจ้าหลุยส์ ทรงได้รับคำเสนอแนะจากพระนางมารี     อังตัวเนตและพระอนุชา ก็ทรงหาทางเลือกด้วยการคิดถึงแนวทางที่เป็นไปได้ ทรงยินยอมให้ฐานันดรที่สามพวกรากหญ้า (Slumdogs) ได้ประกาศแต่งตั้งตนเองเป็นสภาแห่งประชาชาติฝรั่งเศส สองทรงใช้อำนาจขับไล่พวกนี้ไป ซึ่งอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองแน่นอนและสามทรงเปลี่ยนแปลงด้วยตัวพระองค์เอง เมื่อคิดหลายตลบ

พระเจ้าหลุยส์ ก็ทรงเลือกแนวทางที่สาม โดยเรียกพระนาง    มารี อังตัวเนต และพระอนุชา เน็คแกร์ มาเข้าเฝ้าด่วน เพื่อเตรียมร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไว้ฉบับหนึ่ง และพระองค์จะเสด็จไปร่วมประชุมด้วย พระนางมารี อังตัวเนต และพระอนุชาได้ทรงทูลคัดค้านและให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใหม่หมด ตัดส่วนดีที่เป็นประโยชน์แก่ฐานันดรที่สามออกหมด           ทำให้ เน็คแกร์ ไม่พอใจและไม่ขอเกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ต่อไป

          ในวันเปิดประชุมสภาของฐานันดรที่สามที่สนามเตนนิส (Jeau De Paumes) ได้เลือกไบยี ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์เป็นประธานสภาคนแรกและได้ให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่ยอมทิ้งกันจนกว่าจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้น ข่าวการเปิดประชุมสภาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้สภาฐานันดรที่หนึ่งและฐานันดรที่สอง ที่ไม่พอใจในราชสำนักได้เข้าร่วมประชุมด้วย

พระเจ้าหลุยส์เห็นสถานการณ์ประเทศน่าจะวุ่นวาย ได้มี พระบรมราชโองการประกาศยกเลิกฐานันดรที่สามที่ประกาศตนเป็นสภาแห่งประชาติฝรั่งเศส ให้คงสภาฐานันดรไว้เหมือนเดิม และประกาศใช้พระราชบัญญัติที่ทรงร่างกับพระนางมารี อังตัวเนตและพระอนุชา โดยให้ทั้ง 3 ฐานันดรรับรองร่างประกาศของพระองค์ ถ้าทั้งสามฐานันดรไม่รับรอง พระเจ้าหลุยส์ ก็จะทรงเข้าดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วยพระองค์เอง ความคิดของพระเจ้าหลุยส์เป็นแนวคิดถอยหลังเข้าคลอง

          เวลา 11 โมงที่ตลาดค้าปลาบูโลนญ์ ซูร์ แมร์ วันนี้ไม่ค่อยคึกคัก เพราะสถานการณ์บ้านเมืองกำลังวุ่นวายและเหล่าสมาชิกสมาคมได้บอกให้แม่ค้า พ่อค้าปลาบางส่วน ให้หยุดงาน เหลือ  แต่เพียง พ่อค้า แม่ค้า สี่ห้าราย เพื่อให้ตลาดมีคนทำกิจกรรมค้าขายอยู่ คนที่อยู่ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของสมาคมลับ ที่อยู่รายรอบตลาดและบางส่วนกำลังสาละวนตรวจพื้นที่รอบ ๆ ตลาดค้าปลา เพื่อเลี้ยงรับรองแขกพิเศษของสมาคมที่เดินทางมาเยือนสมาคมในฐานะทูตผู้ทรงเกียรติจากสหรัฐอเมริกา  

โรเบสปิแยร์ แซงค์ จูสต์ บักเคน ปิแอร์ โซฟี ได้เลี้ยงต้อนรับท่านทูตสหรัฐอเมริกาประจำฝรั่งเศส ท่านโทมัสเจฟเฟอร์สัน ที่ให้เกียรติมาเยี่ยมสมาคมตามคำเชิญของ แซงค์ จูสต์ และโรแบสปิแยร์ เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายอยู่

“สวัสดีท่านทูต สมาคมยินดีต้อนรับ” แซงค์ จูสต์ ได้กล่าวทักทาย

“ยินดีได้รู้จักทุกคน” โทมัสเจฟเฟอร์สันกล่าวตอบ

“ผมขอแนะนำเพื่อนที่อยู่ในสมาคม ท่านแรก ปิแอร์ บุตรชายของโรแบสปิแยร์ โซฟี หัวหน้าหน่วยของสมาคม และแขกพิเศษจากสยาม คุณเคน”

แซงค์ จูสต์ได้กล่าวแนะนำให้โทมัสเจฟเฟอร์สัน “ยินดีได้พบกับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน” โทมัสเจฟเฟอร์สันกล่าวตอบ

“ขอเชิญทุกท่านที่โต๊ะรับประทานอาหารค่ะ เดี๋ยวเรารับประทานไปพูดคุยกันไปดีกว่าค่ะท่าน” โซฟีได้กล่าวเชิญทุกคนที่มาต้อนรับโทมัสเจฟเฟอร์สัน

          งานเลี้ยงรับรองได้ดำเนินไปมีการพูดคุยกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ โทมัสเจฟเฟอร์สันได้พูดขึ้นในโต๊ะรับประทานอาหาร

“เมื่อความอยุติธรรมกลายเป็นกฎหมาย การลุกฮือต่อต้าน จะกลายเป็นหน้าที่”

โรแบสปิแยร์ได้กล่าวตอบ “ผมเห็นด้วยกับท่านครับ”

โทมัสเจฟเฟอร์สัน กล่าวต่อไปว่า “เมื่อประชาชนเกรงกลัวรัฐบาล ระบอบเผด็จการจะบังเกิด แต่เมื่อใดรัฐบาลเกรงกลัวประชาชน เสรีภาพจะบังเกิด การปฏิบัติตามกฎหมาย สำคัญยิ่งกว่าการตรากฎหมายเสียอีก”

บักเคนได้ฟังคำพูดของโทมัสเจฟเฟอร์สัน ได้แต่พยักหน้าและนึกถึงความวุ่นวายในประเทศไทย ทุกครั้งที่เกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมือง เกิดจากรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล ความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้นเพราะการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

โทมัส เจฟเฟอร์สัน กล่าวต่อไปว่า “นอกจากนี้ ประชาชน    มีหน้าที่ที่จะช่วยเหลือรัฐและต่อต้านการฉ้อโกง นอกจากนี้ประชาชนยังมีความสำนึกในสิทธิของเขาที่จะมีรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต้องไม่ละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคล รวมถึงประชาชนจะต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในสื่อในการป้องกันการ           กดขี่โดยรัฐบาล การไม่ปิดกั้นสื่อต่าง ๆ ที่จะนำเสนอข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ รัฐบาลที่ดีควรบัญญัติ สิทธิขั้นพื้นฐาน (Bill of Rights) เป็นหัวใจสำคัญในการปกครอง ที่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของรัฐต่าง ๆ ในเครือสหพันธรัฐ ในประเทศของผม ซึ่งฝรั่งเศสเองพระราชาควรยอมรับความคิดของประชาชนเช่นพวกท่าน”

ทุกคนปรบมือให้กับคำพูดของโทมัสเจฟเฟอร์สัน ที่พูดได้ประทับใจเหล่าสมาชิกของสมาคม 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *