บักเคนทะลุมิติภาค 1 (ตอนที่87)

บักเคนทะลุมิติภาค 1 (ตอนที่87)

.

          ฤดูกาลผันเปลี่ยนไปรวดเร็ว บักเคน หลังจากทะลุมิติ  ย้อนกาลเวลาสองรอบ รวมเวลาได้มาอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เกือบ 40 ปี แม้ความเป็นจริง จะผ่านไปเพียง 4 ปีเท่านั้น ฝรั่งเศสผ่านจากยุครุ่งเรือง สู่ความล่มสลายทางสังคม ผู้คนแตกแยกทางความคิดชนชั้นล่าง ต้องการเปลี่ยนผ่านจากระบอบกษัตริย์ ไปสู่ประชาธิปไตย ชนชั้นสูง ขุนนาง ต้องการรักษาระบอบดั้งเดิม เพราะตนได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาลต้องการรักษาฐานอำนาจเอาไว้  สุดท้าย ชนชั้นล่าง นำโดยสมาคมจาโกแบงส์ และสมาคมอื่น ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้สำเร็จ ยึดอำนาจจากชนชั้นสูง แต่สุดท้ายความวุ่นวายก็ไม่สงบ มีการก่อการจราจล        ปล้นร้านขนมปัง เศรษฐกิจย่ำแย่ เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น โจรผู้ร้ายชุกชุม

          โรแบสปิแยร์ ผู้นำสมาคม จาโกแบงส์ ได้ทำการปฏิวัติ  ซ้อนปฏิวัติ ยึดอำนาจมาสู่พวกตน และเริ่มกำจัดพวกที่คิดต่าง รวมถึงรักษาฐานอำนาจที่ตนยึดมาได้ ให้ยาวนานเท่าที่เป็นไปได้ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ที่ชนชั้นล่าง และชนชั้นสูงบางส่วน  ได้เริ่มต่อต้าน มีการสื่อสัญลักษณ์ ด้วยการชูนิ้ว 3 นิ้ว  สื่อความหมายถึง เสรีภาพ อิสรภาพ ภราดรภาพ ตามแนวคิดของ รุซโซ กระแสชูสามนิ้วแพร่ไปทั่วฝรั่งเศส โรแบสปิแยร์ประธานสภาประชาชนได้ออกประกาศ ห้ามประชาชนชูนิ้วสามนิ้ว จะมีความผิดฐานต่อต้านอำนาจรัฐ

บักเคนเมื่อได้ทราบข่าวประกาศได้บอกพนักงานที่ร้านที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ ทั้งสาวโคโยตี้ และหนุ่มหล่อล่ำ ห้ามชูสามนิ้ว  ถ้าอยากจะชูนิ้วโดยไม่ผิดข้อห้าม ก็ให้ชูนิ้วกลางนิ้วเดียว จะไม่มีความผิด พนักงานสาว ๆ ฮือฮา ถึงวิธีเลี่ยงกฎหมาย สาวโคโยตี้  ชื่อคริสติน่า ได้ถามบักเคน “นายท่านคะ ประกาศห้ามชูสามนิ้วแล้วจะมีความผิด แล้วท่านให้ชูนิ้วกลางนิ้วเดียว หมายความว่าอะไรคะนายท่าน” บักเคนได้อธิบายความหมายของการชูนิ้วกลางเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยชาวโรมันเป็นเสมือนเครื่องรางต่อสู้กับคำสาปชั่วร้าย การชูนิ้วกลางนิ้วเดียวเป็นการแสดงสัญลักษณ์ต่อสู้กับเผด็จการ แต่บักเคนไม่ได้บอกความจริง ว่าการชูนิ้วกลางในอนาคตคือคำด่า หมายถึง อวัยวะเพศชาย

          เสียงนกร้อง นอกหน้าต่างห้อง ปลุกบักเคนสะดุ้งตื่น  จากหลับใหล จากฝันเป็นตุเป็นตะ และพยายามนึกทบทวนความฝัน มันก็ตรงกับประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี  อังตัวเนต ถูกประหารชีวิตด้วยเครื่องกิโยติน หลังจากตื่นนอนได้ลุกมานั่งที่หน้าต่าง เหม่อมองทิวทัศน์ฝรั่งเศสยามเช้าที่เงียบสงบ จากประกาศเคอร์ฟิวทั่วฝรั่งเศส บักเคนนั่งเงียบ ๆ มองหมอก   ยามเช้า เห็นแมลงสาบสองสามตัว กำลังไต่ที่ผนังกระจกเพื่อหาอาหารกิน บักเคนจำได้ว่าแมลงสาบ เป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดโลกร้อนอย่างแท้จริง เพระหลังจากมันตายมันก็ปล่อยก๊าซมีเทน    ถึง 18 ชั่วโมงและแมลงสาบทั่วโลกตดปล่อยก๊าซมีเทนมากถึง 20 % ของกาซมีเทนในโลก

บักเคนเห็นแมลงสาบหัวขาด แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ในขณะที่มนุษย์โดนตัดหัวถึงตาย แมลงสาบเป็นแมลงที่อึดที่สุดในโลก คนที่ถูกกิโยติน ถ้าเป็นเสมือนแมลงสาบได้จะดีไม่น้อย  จะได้เอาตัวที่ตัดมาต่อใหม่ บักเคนความคิดเปิดเปิงถึงพรรคการเมืองในเมืองไทยที่เรียกพรรคแมลงสาบทำไม่พรรคนี้ถึง                  ไม่ตายจากสังคมไทย เพราะมีการปรับตัว ขนาดโดนตัดหัว ชีวิตยังยืนยาว บักเคนเลยเข้าใจสัจธรรมทางการเมือง ว่าพรรคการเมืองที่ยืนยงต้องมีชีวิตเหมือนแมลงสาบ จะได้ยืนยาวแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับพรรคตน แต่ก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่รอดได้ เพื่อรอวันเจริญเติบโตอีกครั้ง

          เมื่อมองแมลงสาบที่กระจกหน้าต่าง ทำให้บักเคนหวนนึกถึงบ้านที่เมืองไทย ฉากการเมืองในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553 บักเคนจำภาพได้ดี ตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย แถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ก็โดนล้อมปราบ บักเคนเจอ   แก็สน้ำตา น้ำตาไหล ปวดแสบมาก ต้องร้องหาคนช่วย บ้านเมือง          ยิ่งเจริญความเหี้ยมโหดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าฝรั่งเศสในยุคที่ตนหลงมาก ใกล้วันที่จะต้องไปทำอาหารให้กับพระเจ้าหลุยส์ กับพระนางมารี อังตัวเนต ได้เสวย บักเคนยิ่งตื่นเต้น เพราะทราบประวัติศาสตร์ดีว่า ตนเป็นคนสยามคนแรกที่ได้ไปทำอาหารรสเด็ดมื้อสุดท้ายให้กับสองพระองค์ได้เสวยก่อนจะถูกคำพิพากษาประหารด้วยเครื่องกิโยติน บักเคนได้เฝ้ารอวันเข้าเฝ้า และคิดเมนูอาหารเด็ด เพื่อที่สองพระองค์จะได้ถูกปาก คงเป็นอาหารเลิศรสมื้อสุดท้ายของสองพระองค์แน่นอน บักเคนคิดในใจ

“เสด็จพี่เพคะ น้องหญิงฝันร้ายอีกแล้ว ฝันเห็นผู้ชาย คนเมื่อคืนมาทวงเพชรบลูไดมอนส์ อีกแล้วเพคะ”

พระเจ้าหลุยส์ ทรงรับฟังและก็นั่งนิ่ง

“ทำไมเงียบไปเพคะ” พระนางมารี อังตัวเนต ทรงถามพระเจ้าหลุยส์ ที่นั่งสนทนากับพระนางมารี อังตัวเนต

“อืมส์ น้องหญิงฝันร้ายเห็นคนมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน ข้าก็ชักสงสัยวันที่พวกเราหนีออกจากพระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) ท่านดูร็องบารงเดอเบรอเตย และแฟรเซน ได้บอก           พวกเราให้ปลอมเป็นสามัญชน ห้ามสวมเครื่องประดับมีค่าทุกอย่าง แต่น้องหญิงยังฝ่าฝืนสวมสร้อยเพชรบลูไดมอนส์ ไปด้วยทำให้            ถูกจับได้ ข้าว่ามันชักแปลก ๆ นะ ยิ่งน้องหญิงมาฝันมีคนมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน”

พระเจ้าหลุยส์ ทรงตรัสกับพระนางมารี อังตัวเนต “รึว่าเจ้าของมาทวงเพชรบลูไดมอนด์คืน”

พระนางมารี อังตัวเนต ได้บอกพระเจ้าหลุยส์ “ถ้าจะทวงก็ไปทวงกับโรแบสปิแยร์ ที่จับพวกเรามา มันสั่งยึดสร้อยเพชร   บลูไดมอนด์ ไปเป็นของตนเองแล้ว”

พระนางมารี อังตัวเนต ทรงโบ้ยให้คนที่มาเข้าฝันไปทวงสร้อยเพชรบลูไดมอนด์คืนจากคนที่แย่งการครอบครองสร้อย          จากพระนางไป

  วันนี้บักเคนจะเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ และพระนางมารี   อังตัวเนต ที่พระราชวังตุล์เยรีส์ (Tuilleries) บักเคนรู้สึกตื่นเต้น   เป็นพิเศษ ครั้งแรกในชีวิต ที่จะได้ปรุงอาหารถวายกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส รถม้าบรรทุกข้าวของ เครื่องปรุง สาว ๆ โคโยตี้   หลายคน และหนุ่มหล่อ ล่ำบึก ได้เดินทางรวมกับบักเคนเพื่อมาถวายพระเจ้าหลุยส์ พระนางมารี อังตัวเนต และพระโอรส และพระธิดา

 

 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *