บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 125)

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 125)

นโปเลียนก็ได้ใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มทหารม้ามัมลุคแตกกระจายจนเสียหายย่อยยับ มูแรดเมื่อเห็นว่าสู้ไม่ได้ “พวกเราถอย ไปทางด้านทิศเหนือ” มูแรด ได้ควบม้านำหน้าไปทางทิศเหนือของอียิปต์ โดยมีทหารที่รอดชีวิตประมาณ 3,000 นายควบม้าตามไป มูแรดต้องเสียชีวิตทหารและตกเป็นเชลยของนโปเลียนกว่า 5,000 คน

การพ่ายแพ้ของทหารม้ามุมลุค ทำให้มูแรดก่อนที่จะหลบหนีได้ให้ทหารม้าไปแจ้งข่าวของการพ่ายแพ้การรบแก่อิบราฮิมที่รักษาการณ์อยู่ในกรุงไคโร

อิบบราฮิมพอทราบข่าวการพ่ายแพ้ของกองทหารม้ามัมลุคได้อพยพออกจากกรุงไคโรเพื่อหลบหนีไปซีเรีย ได้ขนทรัพย์สินไปจำนวนมาก อะไรที่ขนไปไม่ได้ก็สั่งเผาทิ้ง

กรุงคอนสแตนติโนเปิล ณ วังของสุลต่านซาลิมที่ 3 ได้มีการประชุมเลี้ยงน้ำชา และมีการจัดงานเลี้ยง กับเหล่าขุนพลของสุลต่านซาลิมที่ 3

“ฝรั่งเศสยังเป็นมิตรที่ดีของออตโตมัน การที่นโปเลียนเดินทางบุกอียิปต์เพื่อขับไล่ราชวงส์มัมลุค (Mamluke) ออกจากประเทศอียิปต์ ที่ปกครองด้วยความไม่ยุติธรรม และข้าจะให้เขียนคำ ชาฮาดะฮฺ ไว้ด้วย” สุลต่านซาลิมที่ 3 ได้แจ้งแก่ผู้ที่มาประชุม

“ได้ท่านสุลต่าน รอฮีม เราเชื่อท่านสุลต่าน พวกเราจะเฝ้ารอว่าฝรั่งเศสหลังจากขับไล่มัมลุคออกไปแล้ว จะทำอะไรต่อ จะปกครอง หรือถอยทัพ หรือจะให้อียิปต์ปกครองตนเอง”

“ข้าก็รอดูอยู่เหมือนกันว่า นโปเลียนจะจัดการปกครองอียิปต์อย่างไร ถ้ายึดครองและเกิดความวุ่นวายก็ต้องโจมตีขับไล่ฝรั่งเศสให้ออกจากอียิปต์” สุลต่านซาลิมที่ 3 เอ่ยบอกที่ผู้มาร่วมประชุม

เอ้าดื่ม ชา….งานเลี้ยงสังสรรค์กับทหารก็จบลงด้วยการหารืออนาคตของอียิปต์ภายใต้การปกครองของนโปเลียน

หลังจากการรบได้รับชัยชนะ นโปเลียนก็ได้ยกขบวนทัพเข้าไปยังกรุงไคโร นโปเลียนได้พำนักอยู่ที่บ้านของอิบบราฮิม บักเคนและนักวิทยาศาสตร์ไปพักที่ฮาเร็มของมูแรดที่มีห้องพักไม่ต่ำกว่าร้อยห้อง ส่วนที่เหลือก็แยกย้ายกันไปอยู่ตามบ้านพักที่เจ้าเมืองไคโรได้จัดไว้

นโปเลียนได้ออกคำสั่งแต่งตั้ง ให้อาหมัด ยูซุปเป็นเจ้าเมืองไคโร โดยนโปเลียนได้รู้จักอาหมัด ยูซุป ตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนนายร้อยที่ฝรั่งเศส อาหมัด ยูซุปเป็นลูกชายอดีตเจ้าเมืองที่ถูก มูแรดเข้ายึดอำนาจ ครอบครัวของอาหมัด ยูซุปต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ฝรั่งเศส และได้รู้จักกับนโปเลียน อาหมัด ยูซุป ที่บ้านพักไม่ไกลจากโรงเรียนทหาร ยูซุป เป็นคนที่มีความคิดทางการเมืองก้าวหน้า นโปเลียนเกิดความสนใจ ได้ชักชวนให้ ยูซุปมาช่วยงาน โดยเฉพาะงานการเมืองที่จะเป็นประโยชน์แก่นโปเลียนในอนาคต ในการปลดปล่อยอียิปต์ 

เมื่อนโปเลียนได้เป็นทหาร จึงทำการติดต่อยูซุป เข้ามาเตรียมการในอียิปต์ ณ ห้องเลี้ยงรับรอง วันนี้ เจ้าเมืองไคโร ยูซุป ที่นโปเลียนได้แต่งตั้ง ได้เลี้ยงต้อนรับนโปเลียน โดยนโปเลียนได้มาพร้อมกับบักเคนและนักวิทยาศาสตร์ นักเคมี นักโบราณคดี บูชาร์ด ฌองโปลิยง เกสพาร์ด ครุยส์ กูฟฟราน ซีแลร์ มองส์โวส์  หมอฮาห์เนมานน์ ส่วนหมอ ลาเลย์ไม่ได้เดินทางมายังอยู่ที่เกาะมอลต้า

“ท่านนโปเลียน วันนี้ผมได้จัดให้มีการแสดงอันลือชื่อให้ท่านกับคณะได้ชม” ยูซุปบอกนโปเลียน

“ดี ดี ผมก็อยากชมว่าจะสวยงามแค่ไหน” 

เสียงตีกลอง ดังกระหึ่ม พร้อมกับมีสาวนำโดย เพาลีเน เบลลีซ เฟาเรส หล่อนมีรูปร่างสูงระหง ผมยาวสลวย สะโพกผายก้นที่งอนสวย มาในชุดบางแนบเนื้อ การร่ายรำของเธอกับนักแสดง นับสิบชีวิต มาส่ายสะโพกโยกย้ายไปมา ท่ามกลางเสียงกลองดังกระหึ่ม ในท่วงท่า ที่ได้มาจากชนเผ่าเร่ร่อนยิปซีจากอัฟริกาเหนือ แล้วนำมาแสดงให้นโปเลียนได้ชมในท่า Isis Wing ปีกพระแม่ไอซิสที่ยังมีการแสดงถึงปัจจุบันนี้ ทำให้ทุกคนดูตื่นเต้นโดยเฉพาะนโปเลียนที่จ้องตาไม่กระพริบ ในการเต้นของเฟาเรส ที่ใส่ชุดขาวแนบเนื้อ  เนื้อหนั่นสะโพกส่ายแน่นโยกย้ายไปมา อกกระเพื่อมตามจังหวัดที่เต้น ได้บิ้วอารมณ์ของนโปเลียนให้เกิดคึกคักขึ้นมา

“โอ…พระเจ้าช่างสวยงามยิ่งนัก ท่าเต้นของนางรำ ชุดขาว สะโพกเธอส่ายไปมา สวรรค์ช่างบรรจงสร้างอะไรที่สวยงามเช่นนี้” นโปเลียนบอกกับยูซุป”

“ถ้าท่านนโปเปลียนสนใจหลังการแสดงเสร็จผมจะไปบอกให้นางมานั่งคอยรับใช้ท่าน” ยูซุปบอกนโปเลียน

“สวยงามมาก บักเคนเอ่ยกับคุณหมอ ฮาห์เนมานน์ และฌองโปลิยง ใช่ท่าเต้นระบำหน้าท้องผมคิดว่า ถ้านำไปประยุกต์ใช้รักษาโรคก็น่าจะได้” หมอ ฮาห์เนมานน์ บอก บักเคน กับ ฌองโปลิยง

“ใช้รักษาโรคอะไรครับ คุณหมอ ท่าเต้นระบำหน้าท้องผมไม่เคยได้ยิน” บักเคนสงสัยเลยถาม ฌองโปลิยง ก็จ้องหน้าหมอฮาห์เนมานน์ ด้วยความสงสัยและอยากจะถามแต่บักเคนได้ถามในสิ่งที่ตนสงสัยแล้ว

“ใช้รักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เกิดขึ้นจากภูมิต้านทานต่ำ ดังนั้นการขยับร่างกายผ่านการเต้นเข้าจังหวะช้า-เร็ว-ช้า-สลับกัน ช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองในร่างกายให้ไหลเวียนดี ปรับระบบกลไกในร่างกายให้ขจัดสารพิษหรือของเสียได้ดีหมอฮาห์เนมานน์บอกทั้งคู่ที่ตั้งใจฟัง

“อา… แพทย์ทางเลือก การเต้นระบำหน้าท้องช่วยรักษาโรคเรื้อรัง บักเคนเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกในชีวิต

บักเคนได้หันไปสนทนากับบูชาร์ด ซึ่งเป็นนักโบราณคดี “ท่านสนใจจะไปดูมหาปิรามิดคูฟูไหม ไหนๆ มาถึงอียิปต์แล้ว ต้องไปดู

“ไปซิ เพราะท่าน นโปเลียน มอบหมายให้ผม มาสำรวจแหล่งโบราณคดีในอียิปต์ จึงเป็นภารกิจสำคัญของผม ท่าน นโปเลียนก็จะไปสำรวจด้วย ก่อนเดินทางมาผมได้ศึกษาประวัติของเมืองไคโร เป็นเมืองที่มีแม่น้ำไนล์แบ่งแยก ระหว่างเมืองคนเป็นกับคนตายชัดเจน” บูชาร์ดบอกบักเคน หมายความว่าอย่างไร กรุงไคโรที่คนอาศัยจะอาศัยอยู่รวมกัน แต่อีกฝั่งของแม่น้ำไนล์ด้านตะวันตกจะเป็นที่ก่อสร้างปิรามิดหรือสุสานของฟาโรห์และสุสานของคนที่ตายไปในระดับขุนนางและชาวบ้าน แต่มีเมืองเล็ก อยู่ระหว่างปิรามิดกับไคโร เพราะเมืองที่อยู่กึ่งกลางจะมีหน้าที่ในการดูแลสวนและเป็นที่พักในช่วงเดินทางมาชมปิรามิด” บูชาร์ดบอกบักคน

“คุณเคน ให้ผมจัดการธุระในเมืองโคโรให้เสร็จก่อนจะนำคุณเคนไปสำรวจมหาปิรามิดแห่งกิซา ปิระมิดของฟาโรห์คูฟู ปิระมิดของคาเฟร (พระราชโอรส) และปิระมิดของเมนคูเร (พระราชนัดดา)

“ขอบคุณท่าน ผมอยากไปชมความยิ่งใหญ่ของปิรามิดอยู่แล้ว เพิ่งคุยขอความรู้เกี่ยวกับปิรามิด จาก ท่านบูชาร์ด” บักเคนบอกนโปเลียน

หลังจบการแสดงระบำหน้าท้อง ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ยูซุปได้เรียก เฟาเรส มานั่งกับนโปเลียน และบอกเฟาเรสว่า พรุ่งนี้ตนจะไปเจรจากับพ่อแม่ของ เฟาเรสเพื่อให้ถูกต้องตามประเพณี มุตาห์ (Mutah) ซึ่งเฟาเรสก็ตอบตกลง 

การแต่งงานแบบ มุตาห์ เป็นการแต่งงานชั่วคราวของชาวอิสลาม ซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงว่าจะแต่งงานกันแค่ช่วงเวลาหนึ่งตามที่กำหนด อาจทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอ่ยด้วยวาจาก็ได้ เงื่อนไขต่างๆ แล้วแต่จะตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รวมทั้งข้อที่ว่าฝ่ายหญิงจะได้รับสินสอดเท่าไร เฟาเรส หลังจากได้นโปเลียนเป็นสามีเธอก็คือคลีโอพัตราแห่งอียิปต์ในยุค นโปเลียนปกครองอียิปต์

รุ่งเช้า ราฮิม ที่เป็นอุลามาของกรุงไคโรได้มาขอพบ นโปเลียน หลังจากทำละหมาดเสร็จ ในช่วงเวลาย่ำรุ่ง เป็นละหมาดศุบหุราฮิมได้เดินทางมาพบนโปเลียนประมาณ 8 โมงเช้า นโปเลียนตื่นนอนด้วยความสดชื่น เพราะเมื่อคืนมี เฟาเรสได้ตามมาปรนนิบัติ นโปเลียนถึงห้องจนเกือบสว่าง ทำให้นโปเลียนแทบลืม บาร์บาร่าที่ปารีส นโปเลียนติดใจในรสสวาท ที่เฟาเรสป้อนให้

หลังจากตื่นนอน นโปเลียนแม้ว่าจะนอนน้อยแต่ก็ตื่นเช้า ร่างกายกระฉับกระเฉง ได้เข้าร่วมประชุมที่จวนว่าการของเจ้าเมืองไคโรเพื่อวางแผนอนาคตของอียิปต์ โดยนโปเลียนได้สนทนากับยูซุป โดยมีบักเคนและนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดกำลังสนทนากันในห้องประชุม ถึงการกำหนดแผนการที่ทุกคนจะต้องมีภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจากนโปเลียนก่อนเดินทาง

ร้อยโทลูคัส ได้มารายงานนโปเลียน “เรียนท่านนายพล มีนักบวชมา ชื่อราฮิม มาขอพบท่านครับ”

“ท่านนโปเลียน ราฮิม เป็นนักบวชที่ผมติดต่อไว้ให้ท่านและได้บอกให้มาพบท่านในวันนี้” ยูซุปบอกกับนโปเลียน

“ผมขอตัวไปพบนักบวชขอให้ทุกท่านประชุมกันต่อ ผมขอมอบให้พลเอกมีโนเป็นประธานแทนผม” นโปเลียนก็เดินออกไปพร้อมกับร้อยโทลูคัส และยูซุป พบกับราฮิม

“อัสลามุอะลัยกุม.” ราฮิมกล่าวทักทายนโปเลียน

“วะอะลัยกุมุสลาม” นโปเลียนได้เรียนคำทักทายสั้น ตอนเดินทางมาอียิปต์ ตามหนังสือที่ยูซุปมอบให้

“ยินดีมากที่ท่านให้เกียรติมาพบผมถึงที่นี่” นโปเลียนบอกราฮิม

ศอบาหุลค็อยรฺ มาพบท่านนโปเลียนเพื่อเชิญท่าน นโปเลียนไปร่วมหารือที่ มัสยิดอิบันตูลูน กับ อุลามาอีกหลายท่าน ในวันพรุ่งนี้

“ผมยินดีเป็นอย่ายิ่ง ผมก็อยากจะพบกับอุลามาอยู่พอดี” หลังจากพูดคุยกับ ราฮิมเสร็จนโปเลียนก็เดินเข้าห้องประชุมพร้อมกับยูซุป เพื่อวางแผนงานต่อ

 

หลังจากเลิกประชุม ก่อนเที่ยง นโปเลียนได้เดินออกมาพร้อมกับพลเอกมีโน หมอฮาห์เนมานน์ บูชาร์ด และบักเคน ส่วนยูซุป ได้ร่วมหารือกับนายทหารคนอื่น ๆ นักวิทยาศาสตร์ ยังต้องมีประชุมต่อ

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *