บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 130)

บักเคนทะลุมิติ ภาค 1 (ตอนที่ 130)

“ผู้การผมเห็นธงเรือแล้ว เป็นเรือของพวกเรา”

“เรียนท่านเกลแบร์ เป็นกองเรือฝรั่งเศสครับท่าน”

“ดีงั้นส่งสัญญานธง (รหัสสัญญานมอร์ส) ออกไปว่าเป็นเรือฝรั่งเศสเหมือนกัน”

สักพักเรือของนายพลมีโน ก็ยกสัญญานธงตอบกลับมา ก็แล่นมาจอดข้างกราบเรือของเกลแบร์

“สวัสดีท่านเกลแบร์ การเดินทางราบรื่นดีไหม” พลเอกมีโนถามข่าวคราวเกลแบร์

“ก็สบายดีแต่ผมเมาเรือตลอดหลังจากออกจากฝั่งเป็นทหารบกไม่ใช่ทหารเรือ”

“มีข่าวอะไรบ้างไหมที่ฝรั่งเศส ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประชาชนก็ให้การสนับสนุนรัฐบาลดี” เกลแบร์บอกพลเอกมีโน

“แล้วทางอียิปต์เป็นอย่างไรบ้าง มีข่าวบ้างไหม”

“ตอนนี้กำลังแย่ กองเรือถูกทัพเรืออังกฤษ ประมาณ 30 ลำโจมตีที่ฐานทัพ    อ่าวอาบูกีร์เรือฝ่ายเราจมไปสองร้อยลำ ท่านนโปเลียนให้ผมนำทัพเรือออกค้นหา กองเรืออังกฤษ และคอยต้อนรับท่านด้วย”

“ขอบคุณไม่ต้อง ผมจะเดินทางไปที่ฐานทัพอ่าวอาบูกีร์ พร้อมกับหมู่เรือที่ผมนำมา 5 ลำ ผมคุ้มครองตนเองได้ ท่านไปลาดตระ เวนตามหากองเรืออังกฤษดีกว่า เพราะมันเป็นภัยต่อการลำเลียงสินค้าจากอียิปต์สู่ฝรั่งเศส ผมขอแยกตัวเพื่อเดินทางต่อ”

เกลแบร์บอกพลเอกมีโน “แล้วพบกันที่ไคโรนะท่านนายพล” เกลแบร์กล่าวย้ำอีกครั้ง

“ได้ครับท่าน ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่านเดินทางปลอดภัย” พลเอกมีโนอวยพรเกลแบร์ และหันหัวเรือออกเพื่อตามหากองเรือของอังกฤษต่อไป

“ท่านนายพลเนลสัน ท่านคิดว่ากองเรือฝรั่งเศสจะตามหาเราไหม” นาวาเอกจอห์น ฟิลลิป ผู้การเรือหลวง ลอนดอน กล่าวกับลอร์ด เนลสัน กองเรืออังกฤษประกอบด้วยเรือรบจำนวน 30 ลำได้ถล่มเรือรบฝรั่งเศสจม ศักยภาพทางเรือของอังกฤษยิ่งใหญ่ จนยึดครองได้เกือบทั่วโลก ได้รับสมญานามว่าดินแดนพระอาทิตย์ไม่ตกดิน ดินแดนเกือบทั่วโลกต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

ยุทธนาวีระหว่างฝรั่งเศสกับอังกฤษคือศึกชี้ชะตาอนาคตอียิปต์และดินแดนตะวันออกกลาง เอเชียเป็นผลต่อเนื่องจากศึกทางเรือ

“ผมคิดว่าต้องตามหาพวกเราแน่นอน เขาคงแค้นที่เราจมเรือรบของพวกเขาร้อยกว่าลำและเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง เป็นใครก็ต้องล้างแค้นคืนแน่ ผมคิดจะกำจัดกองทัพเรือฝรั่งเศสให้หมดไปจากน่านน้ำ เพื่อตัดกำลังไม่ให้ฝรั่งเศสส่งทหารไปแผ่อิทธิพลในอัฟริกา และค่อยล้อมปราบ นโปเลียน

เมื่อนโปเลียนไม่มีกองทัพเรือ ทหารของนโปเลียนก็จะโดดเดี่ยวอังกฤษและออตโตมันค่อยตามทำศึกกับนโปเลียน คราวนี้นโปเลียนไม่มีโอกาสได้กลับปารีสแน่นอน คงจะทิ้งชีวิตไว้ที่อียิปต์”  ลอร์ด เนลสันบอกกับผู้การฟิลลิป

“ดีครับ ผมอยากจะทำศึกให้สมศักดิ์ศรีกับกองเรือฝรั่งเศสอยู่พอดี เพราะคราวถล่มอ่าวเหมือนกันการฝึกซ้อม ฝรั่งเศสไม่ได้เตรียมตัว แต่เมื่อเขาตามหาเราเขาคงเตรียมตัวมาดี ศึกคราวนี้สนุกแน่”

“อย่าประมาทผู้การเราไม่รู้ว่านโปเลียนจะให้ใครเป็นแม่ทัพทางเรือ นโปเลียนคงจะไม่มาทำศึกเอง” ลอร์ด เนลสันคาดการณ์ แล้วก็เป็นจริง

“ผู้การ ผู้การ มีเรือกำลังแล่นมาทางทิศตะวันออก กำลังมุ่งตรงมาทางนี้”      พลทหารเรือที่ยืนอยู่บนป้อมเสากระโดงเรือรายงานผู้การ

“รีบไปรายงานต้นเรือ ให้แจ้งข่าวแก่เรือรบทุกลำให้เตรียมพร้อมประจัญบานน่าจะเป็นกองเรือฝรั่งเศสแน่” ผู้การฟิลลิป บอก ทหารเรือทุกคน

“ครับท่านผู้การ” เรือของลอร์ดเนลสันได้ส่งสัญญานธงให้เรือรบทุกลำในหมู่เรือได้ทราบให้เตรียมพร้อมเพื่อโจมตีเรือข้าศึก

“ผู้การ เห็นธงแล้ว เป็นเรือฝรั่งเศสจริงด้วยท่าน”

“รีบไปรายงานท่านลอร์ดเนลสันว่าพบกองเรือฝรั่งเศสแล้ว”

“ผู้การกองเรือฝรั่งเศสแปรรูปขบวนแล้ว”

“ผู้การฟิลลิป เราต้องเปลี่ยนรูปแบบการรบเสียใหม่ แทนที่จะตั้งแถวสาดกระสุนเหมือนกับที่เราเคยทำมาในการรบทางเรือทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมจะเสี่ยง จัดทัพเรือเป็นสองแถวแล้วแล่นเข้าหาทัพเรือฝรั่งเศสเป็นมุมฉากโดยแถวบนจะตัดผ่านหลังเรือธงของฝ่ายฝรั่งเศส เพื่อบังไม่ให้เรือลำต่อมามองเห็นธงสัญญาณ และแถวที่สองตัดผ่านส่วนกลาง เพื่อตัดขาดส่วนกลางของแถวออกจากส่วนล่าง หลังจากนั้นทั้งสองแถวจะทำการโอบล้อมเพื่อจัดการเรือที่อยู่ตรงกลางที่ถูกตัดขาดก่อนเพื่อสร้างความเสียหายให้กับกำลังหลักของฝรั่งเศส”

“เป็นความคิดที่ดีแต่มันอันตรายมากนะท่านเรือลำแรกของสองแถวต้องเสียสละถูกปืนใหญ่ของข้าศึกแน่นอน” นาวาเอกฟิลลิป บอกลอร์ดเนลสัน

“ก็ใช่ตามที่ผู้การว่า ผู้การสั่งให้พลสัญญานธงแจ้งผมจะไปบัญชาการที่       เรือหลวงลิเวอร์พูลเอง ผมจะคุมแถวแรกแล้วผู้การคุมแถวสอง” ลอร์ดเนลสันบอกกับผู้การฟิลลิป”

“ท่านมันอันตรายมาก โอกาสถูกยิงไม่ต่ำกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ การจะยิงปืนใหญ่ในทะเลให้แม่นนั้น จะต้องเข้าในธรรมชาติของคลื่นในทะเลช่วงนี้คลื่นลมแรงการจะจุดชนวนปืนใหญ่ได้สอดคล้องกับการโยนตัวของเรือ มันอยู่ที่ประสบการณ์ในการบังคับบัญชาเรือ ผมเป็นผู้การเรือเหมือนกับท่านเมื่อ อายุ 23 ปี ถึงตอนนี้ประสบการณ์ผมมากพอที่จะอ่านคลื่นออก สามารถสั่งให้จุดชนวนปืนใหญ่ได้ดีกว่าทางฝ่ายฝรั่งเศส แต่สำหรับกองเรือของ

นโปเลียนไม่ได้มีประสบการณ์ในการรบทางทะเลมากกว่าพวกเรา เราถล่มเรือที่อ่าว ก็บ่งบอกถึงประสบการณ์ในการจอดเรือ ไม่มีการวางกำลังลาดตระเวน เพื่อเตรียมภัย แสดงว่าไม่ได้มีความชำนาญในการรบทางทะเล โอกาสที่จะยิงพลาดหรือโดนจุดสำคัญของเรือจึงมีน้อย” ลอร์ดเนลสันบอกกับผู้การฟิลิป

“ถ้าไม่ลองเสี่ยงดู เราก็ไม่สามารถกำจัดทัพเรือฝรั่งเศสในคราวนี้ได้ อย่างไรก็ต้องลองเสี่ยง ผมตันสินใจแล้ว ผู้การไม่ต้องห้าม ”

“ขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่าน” ผู้การฟิลลิป

เมื่อผมขึ้นบัญชาการที่เรือธงลิเวอร์พูลให้สั่งการให้ผู้การเรือทุกลำมีอำนาจตัดสินใจด้วยตนเองไม่ต้องรอฟังคำสั่งผมหรือจากผู้การให้มีอิสระในการตัดสินใจโดยมีเป้าหมายเดียวคือเอาชนะฝรั่งเศสให้ได้และให้ยกเลิกการติดต่อสื่อสารด้วยสัญญาณธง ให้สังเกตแต่เพียงธงเรืออังกฤษเท่านั้น” ลอร์ดเนลสันได้สั่งการผู้การ  ฟิลลิป

“เรือหลวงลิเวอร์พูลเตรียมประจัญบาน ใช้ความเร็วสูงสุด” ลอร์ดเนลสัน     สั่งการให้พลยิงเริ่มจุดชนวนปืนใหญ่ “ยิงได้” “ยิง” หวี๊ด บึ้มๆ หวี๊ด บึ้มๆ บึ้มๆ กระสุนปืนใหญ่จากปากกระบอกปืนบนเรือหลวลิเวอร์พูลระดมยิงใส่เรือรบฝรั่งเศส ปืนเรือจำนวน 8 กระบอกระดมยิงพร้อมกัน ปืนบนเรือหลวงลิเวอร์พูลกระหน่ำยิงเรือรบฝรั่งเศส

กองเรือฝรั่งเศสแปรรูปขบวนเรือเป็นเส้นตรงเข้ามาหากองเรืออังกฤษสองฝ่ายกระหน่ำยิงปืนใหญ่เข้าใส่กัน บึ้ม ๆ หวี๊ด บึ้ม ๆ บึ้ม ๆ

“ท่านลอร์ดเรือฝรั่งเศสถูกปืนเข้าไปแล้วหนึ่งลำ” “ดีมาก” เตรียมจุดชนวนชุดสอง “ยิงได้ บึ้มๆ หวี๊ด บึ้มๆ บึ้มๆ ลูกปืนใหญ่จากฝ่ายอังกฤษ ที่มีประสบการณ์และประสิทธิภาพดีกว่าฝ่ายฝรั่งเศส

เรือรบอังกฤษได้ยิงถูกเรือทางฝ่ายฝรั่งเศสทยอยจมไปทีละลำส่วนทางอังกฤษได้เสียเรือรบ “เรือหลวงยอร์ค เรือหลวงบริสตอล เรือหลวง เชพฟิลส์ ที่ถูกปืนใหญ่ฝ่ายฝรั่งเศสจมในยุทธการครั้งนี้

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *