บักเคนทะลุมิติภาค 1 ตอนที่ (108)

บักเคนทะลุมิติภาค 1 ตอนที่ (108)

.

โรแบสปิแยร์ถูกคุมขังในเรือนจำ ขณะที่ฝนตกหนักอย่างกับฟ้ารั่ว โดยตกไม่หยุดก่อนถึงวันรุ่งขึ้นลานประหารชีวิต โรแบส ปิแยร์ ได้ถูกน้ำท่วมเพราะระบายน้ำไม่ทัน หลังจากร่างจดหมาย            ขอความเป็นธรรมเสร็จแล้วได้ยื่นให้กับ
แซงส์ จูสต์ ได้อ่านตรวจทานเป็นครั้งสุดท้าย เพราะในวันรุ่งขึ้นจะต้องส่งจดหมายให้กับคณะปฏิวัติก่อนจะประหารชีวิตจะได้ยื่นจดหมายต่อคณะ ก่อการเพื่อให้ระงับการประหารชีวิตตนเองออกไปก่อนให้ทำการไต่สวนคดีใหม่”

“ท่านผมว่าไม่มีประโยชน์หรอกท่านยังไงเขาก็ไม่ฟัง ไม่อ่านจดหมายที่ท่านเขียนขอความเป็นธรรมแน่นอนเมื่อพวกเขาตั้งใจ จะประหารชีวิตท่านอีกสองวันข้างหน้า เสียเวลาเปล่าท่านโรแบส ปิแยร์”แซงส์ จูสต์ ได้บอกกับโรแบสปิแยร์ ถึงอนาคต อีกสองวันจะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตตอนนี้ได้แต่นั่งรอเวลาเพื่อสู่แดนประหาร เพื่อจะได้ยุติชีวิตในที่คุมขัง”  แซงส์ จูสต์ พูดบอกโรแบสปิแยร์ อย่างกับคนปลงตกในชะตาชีวิตของตน

ส่วนโรแบสปิแยร์ยังทำใจกับอำนาจวาสนาที่ตนครอบครองไม่ได้ ไม่นึกว่าจะผันแปรในชั่วเวลาไม่กี่อึดใจจากผู้มีอำนาจสูงสุดในฝรั่งเศสแค่ชี้นิ้วเอ่ยปาก ชีวิตคนก็ต้องสังเวยเครื่องประหารกิโยติน
        แต่ตอนนี้ตนเองกับตกเป็นนักโทษเสียเอง นึกแล้วโรแบส ปิแยร์ เกิดความเครียดจัดเดินวนไปเวียนมาเหมือนเสือติดจั่น รอวันถูกคนนำไปฆ่าทำให้อารมณ์สุดท้ายของโรแบสปิแยร์ เกิดความเครียดขึ้นสูงสุดเมื่อนึกถึงชะตาชีวิตตนเองเริ่มหดสั้นเข้า

แสงทองจับขอบฟ้าวันใหม่หลายชีวิตได้เริ่มต้นวันใหม่             ด้วยความหวัง
สัตว์หลายชีวิตเพิ่งลืมตาดูโลก เพื่อเผชิญกับโลก            ใบใหญ่ ที่เป็นเปรียบเสมือนกับโรงละครโรงใหญ่หนอนหลายตัวที่ขยันได้คืบคลานออกหากินใบไม้ตั้งแต่เช้า นับเป็นสิ่งดีแต่อีกมุมหนึ่งนั้น ชีวิตของหนอนก็สั้นยิ่งนัก หนอนที่ขยันออกหากิน        แต่เช้าตรู่ก็ไม่ได้มีชีวิตยืนยาวพ้นรุ่งเช้าวันนี้ เพราะถูกนกที่ออกหากินแต่เช้าจับกินเป็นอาหารเป็นสัจธรรมของธรรมชาติ เช่นเดียวกับโรแบสปิแยร์ เสียงไก่ขัน
ชะตาชีวิตของตนก็ใกล้หมดลมหายใจ         เข้าไปทุกที

สองวันผ่านไปด้วยความรวดเร็วผู้ช่วยเพชฌฆาตและกองทหารของฝ่ายปฏิวัติได้มานำตัวโรแบสปิแยร์ และแซงส์ จูสต์ ออกจากห้องขังเพื่อนำไปขึ้นเกวียนบรรทุกนักโทษเพื่อนำไปประหารที่ลานประหารปลาส เดอ ลา เรฟโวลูซิยง ในระหว่างที่ผู้ช่วยเพชฌฆาตและกองทหารคุมตัวโรแบสปิแยร์ และแซงส์จูสต์ไปยังลานประหาร

สมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ที่ได้วางแผนบุกปล้นชิงตัวโรแบสปิแยร์ และแซงส์
จูสต์ ได้ทำการยิงใส่ทหารที่มาคุมตัว               โรแบสปิแยร์ เกิดการต่อสู้ตะลุมบอน
เสียงปืนกึกก้อง ปัง ปัง ปัง…… ปัง. ๆๆๆ ปัง……………

และมีเสียงตะโกนของพวกที่มาชิงตัวได้ร้อง “โรแบสปิแยร์จงเจริญ” ทหารหลายสิบนายถูกยิงล้มลงขณะที่พวกที่มาปล้นตัว      โรแบสปิแยร์ก็ถูกยิงเสียชีวิตหลายคน ปังปัง ปัง……..ๆๆๆๆ โรแบสปิแยร์ ทนเห็นทหารและสมาชิกสมาคมจาโกแบงส์ต้องมาต่อสู้กันเพื่อตนจึงไปแย่งปืนจากทหารที่กำลังสู้รบเพื่อตัดสินใจยุติชีวิตของตน เพราะไม่อาจทนเห็นคน  ในชาติต้องมาต่อสู้กันและเป็นการต่อสู้ที่ไม่รู้จบ

          จากการตัดสินใจยุติชีวิตของโรแบสปิแยร์โดยแย่งปืนทหารเพื่อนำปืนมาปลิดชีวิตตนเองและกระสุนปืนเกิดลั่นก่อนทำให้ลูกปืนเฉี่ยวกรามด้านซ้ายของโรแบสปิแยร์ไปเลือดจากรอยกระสุนปืนเฉี่ยวไหลเป็นทาง โอ๊ย ๆๆ ………….”
เสียงโรแบสปิแยร์ร้องลั่น
เมื่อกระสุนเฉี่ยวกรามด้านซ้ายเลือดไหลไม่หยุด

ผู้ช่วยเพชฌฆาตได้หยิบผ้ามาทำการห้ามเลือดและเรียกทหารเสนารักษ์ให้ช่วยเอาผ้าพันแผลพันโรแบสปิแยร์เสียงร้องของโรแบสปิแยร์ทำให้พวกสมาคมจาโกแบงส์ที่มาช่วยโรแบสปิแยร์ตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโรแบสปิแยร์ ตกใจได้หลบหนีเกือบหมดทิ้งเพียงร่างไร้วิญญาณของเพื่อนที่ถูกยิงเสียชีวิตไว้ใกล้ลานประหาร

          หลังจากเหตุการณ์ต่อสู้แย่งชิงตัวประกันจบสิ้นลงการประหารก็ดำเนินต่อไป
แต่ฝูงชนได้หลบหนีไม่อยู่รอดู การประหารชีวิต เพราะกลัวถูกลูกหลงจากการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายผู้ช่วยเพชฌฆาตได้นำแซงส์ จูสต์ ขึ้นแท่นประหารเป็นคนแรก แซงส์ จูสต์ ได้เดินตรงไปยังเครื่องประหารกิโยตินด้วยท่าที  ไม่สะทกสะท้านและได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายออกมา

ใครที่ทำปฏิวัติครึ่ง ๆ กลาง ๆ เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเองและผู้ช่วยเพชฌฆาตได้นำเชือกมามัดข้อมือไว้และให้ศีรษะแซง จูสต์ อยู่ใต้ใบมีดหัวหน้าเพชฌฆาตให้สัญญาณปล่อยใบมีดลงมา ศีรษะของแซงส์ จูสต์ ได้หลุดออกจากบ่าพร้อมกับวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างเหลือไว้เพียงความทรงจำ

 

ต่อจากนั้นเพชฌฆาตได้นำตัวโรแบสปิแยร์ขึ้นสู่แท่นประหารผู้ช่วยเพชฌฆาตได้เอาผ้าพันแผลออก โรแบสปิแยร์ ร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกดึงผ้าพันแผลออกและหัวหน้าเพชฌฆาตได้ให้สัญญาณปล่อยใบมีดลงมา วิญญาณของโรแบสปิแยร์ ได้หลุดออกจากร่างตามแซงส์จูสต์ ไปอีกคน การประหารชีวิตดำเนินต่อไป  จนครบ 22 คน เลือดไหลลองเต็มคูที่ขุดเพื่อรองรับเลือดนักโทษ นักประหารไหลลงสู่สระที่เก็บเลือดนักโทษจำนวนมาก

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *